‘09

 

 

 

นักเรียนไทยในเมือง Oxford

 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆน้องๆ ที่ได้มีโอกาศมาศึกษาเล่าเรียนถึงประเทศอังกฤษ พี่ๆทีมงานได้เรียบเรียงบทความเกี่ยวกับ การเป็นอยู่ของที่นี่ กิจกรรมของคนท้องถิ่น รวมถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีที่หาอ่านที่ไหนไม่ค่อยได้ มาให้เพื่อนๆน้องๆได้ อ่านกันค่ะ

 

ทิ้งชีวิตไว้บนถนน

ขอฝากนักเรียนไทยที่มาเรียนที่ประเทศอังกฤษ ในฐานะที่อยู่ที่นี่มานานแต่ไม่นานจนตกรุ่น คนที่นี่เขารักษาระเบียบบ้านเมืองของเขาดีมากโดยเฉพาะในเมืองออกฟอด์ เคยมีนักรียนชาวยุโรปเรียนอยู่ที่มหาลัยบรูก อาศัยอยู่ที่หอพักนักศึกษาที่ทางมหาลัยจัดให้ มีอยู่วันหนึ่งแกตื่นสายและเป็นวิชาที่ต้องรายงานหน้าห้อง แกรีบมาก คว้ากระเป๋านักเรียนได้ก็รีบวิ่งข้ามถนน โดยที่ไม่ได้มองว่ารถจะมาทางไหนนึกว่ารถที่นี่เขาจะหยุดให้ หรือไม่อย่างน้อยก็ชะลอให้แกไปก่อนเพราะเห็นว่าเป็นนักเรียน ปรากฏว่ารถคันนั้นไม่หยุดให้ ไม่แม้กระทั้งชะลอให้แกข้ามถนน แรงกระทบของรถที่วิ่งมาด้วยความเร็ว 30ไมล์ต่อชั่วโมง  ทำให้แกลงไปกองอยู่บนพื้นจมไปด้วยกองเลือด โชคดีที่แกไม่เสียชีวิตแต่ถึงป่านนี้แกคงไม่มีโอกาสได้เดินไปอีกนานค่ะ  ก็ฝากตรงนี้ไว้ด้วยค่ะว่าเวลาข้ามถนนที่นี่ ให้มองช้ายมองขวาให้ดี อย่าไปนึกว่าเขาจะหยุดให้คะเพราะคนที่นี่ถ้าเขาได้อยู่หลังพวงมาลัยแล้วละก็ ทางเขาก็คือทางของเขาหละ บางที่ตัวเองก็ติดกระบวนการคิดของที่นี่คือ นี่คือทางของข้าถ้าไม่หลบ ข้าก็คงไม่ถึงกับชน แต่ก็ขอมองหน้านิดนึ่งว่าทำไม ไม่รู้กฎจราจรหรืออย่างไร    ก็นอกจากจะเป็นทางม้าลายที่เราสามารถข้ามได้เลย บางทีเรายังไม่ทันข้ามด้วยซ้ำ แค่เดินมาหยุดแล้ว เขาก็หยุดให้ข้ามถนนก่อนเลย เขาเคารพกฎจราจรมากมากค่ะ แต่ก็ต้องมองซ้ายมองขวาก่อนข้ามทางม้าลายอยู่ดีนะคะ อย่าคิดว่าเขาจะหยุดให้ทุกคัน เพราะคนที่นี่คนที่ขับรถอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้กฎหมายไปซะทุกคน โดยเฉพาะ เมืองออกฟอด์นี่มีหลายเผ่าพันธุ์ ไทย จีน ปากีสถาน อินเดีย  ถึงรู้ก็ยังมีคนไม่เคารพกฏจราจรก็มีเยาะค่ะ

ที่บอกว่า30 ไมล์ต่อชั่วโมง นี่มาจากกฎการจราจรของที่นี่ค่ะ ในเมือง OxfordTown คนขับรถได้ไม่เกิน 20 ไมล์ต่อชั่วโมงค่ะ รอบๆนอก ออกมาจากเมืองหน่อย ความเร็วที่กำหนดจะอยู่ที่ 30ไมล์ค่ะเพราะ ที่นี่มีนักเรียนต่างชาติเยาะ แต่ส่วนมากก็จะไม่รู้กฎการจราจรเหมือนๆเรานี่หละ ปีหนึ่งๆ มีคนมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เยาะเลย โดยเฉพาะเป็นคนต่างชาติ ที่ข้ามถนนโดยประมาท

 

ไปดูเมืองอื่นในประเทศอังกฤษซิคะ ในเมืองศูนย์กลางของเขาหลายๆเมือง ทางรัฐบาลยังอนุญาตให้คนขับได้ถึง 30 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ที่นี่ไม่ได้ค่ะ ขนาดให้ขับกันช้าๆ แล้วยังไม่วายโดยเชียวโดนชนนี่ขนาดเมือง oxfordเขามีการจัดสรรให้มีทั้ง เลนคนเดินถนน เลนคนขี่จักรยาน เลนรถบัส และ เลนรถยนต์ คิดสภาพดูว่าระเบียบจัดขนาดไหน แถมถ้าน้องๆ ไปขี่จักรยานในเลนของคนเดินถนน น้องก็จะถูกด่าจากคนโลโคลที่เขาเดินไปมาอยู่ได้ค่ะ ก็เคยเห็นมาแล้วแยะที่คนขี่จักรยานโดนว่ากล่าวตักเตือนแถมบางทีโดนผลักให้ลงจากรถตัวเองอีกค่ะ เพราะฉะนั้นน้องๆ จะขับขี่จักรยานก็ให้ดูดีๆว่า ตัวเองขี่ถูกเลนหรือเปล่าค่ะ แล้วจะขอฝากอีกเรื่องถ้าเกิดว่าจะต้องขี่จักรยานกลับบ้านในช่วงกลางคืน น้องๆ ต้องมีไฟกระพริบติดหน้าและหลังจักรยานนะคะเพราะไม่งั้นจะโดนตำรวจจับได้ค่ะ

ถ้าน้องคนไหนเอาใบขับขี่มาจากประเทศไทย ก็ขอแนะนำให้ศึกษากฎระเบียบการจราจรของที่นี่ให้ดีก่อนจะไปเช่ารถ หรือถ้าจะคิดซื้อรถก็ตามค่ะ เห็นมากับตาเลย คนอินเดียขับออกมาจากซอยมาจอดรอจังหวะเพื่อที่จะออกมาถนนใหญ่ ได้จังหวะแกก็ขับโผล่ออกมา รถเมล์ที่อยู่บนถนนใหญ่มาจ่อรถแก รถเมล์ก็เปิดไฟหน้ากระพริบให้ ปรากฏว่าทำไมรู้มั้ยคะ คนอินเดียคนนั้นโผล่หัวออกมาด่าคนขับรถเมล์เป็นชุดเลย แถมยกมือยกไม้ทำท่าทางไม่สุภาพใส่อีก คนขับรถเมล์ทำอย่างไรรู้มั้ยค่ะ แกแทนที่จะโมโหกลับแกกลับเกาหัว แล้วทำหน้างงๆ ค่ะ ดิฉันเห็นแล้วต้องหัวเราะก้ากเลย  ทำไมหัวเราะน่ะหรือ น้องๆ สังเกตเห็นความตลกมั้ยล่ะ  จริงๆแล้วคนขับรถเมล์เขาเปิดไฟกระพริบ ในประเทศนี้ไม่ได้ถึงว่าเป็นการเร่งให้ไปเร็วๆ หรือเป็นการด่าว่านะคะ ในอังกฤษการเปิดไฟกระพริบให้เรา เราต้องขอบคุณเขาค่ะ เพราะ นั้นแปลว่า เขาให้ทางเราแล้ว  ก็ไม่น่าแปลกใจที่ทำไมคนขับรถเมล์เกาหัวเหงกๆ  เขาคงไม่เข้าใจว่าเขาทำผิดตรงไหน ทำไมถึงโดนด่านั้นเองค่ะ

 

Cowley Rd Carnival

 

ก็ผ่านเทศกาล Cowley road Carnival ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาปี 2011 ทางร้าน Oxford Thai ไม่ได้ไปร่วมงานปีนี้ เพราะ เขาย้ายไปจัดในสวน SouthPark  การเดินทางเพื่อที่จะนำของไปขาย ค่อนข้างวุ่นวาย เพราะทางเทศบาล ออกฟอดด์ ค่อนข้างเคร่งครัดกับเรื่องอุณหภูมิของอาหารจัดขาย และความสะอาดค่ะ เมื่อปีที่แล้ว เราต้องเตรียม เอกสารกันให้เพียงพอกับความต้องการของเทศบาล ต้องมีรายงานว่า ขั้นตอนการทำอาหาร หุงต้ม ปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างไร และต้องมีประกันภัยที่มีวงเงินสูงถึง 500000 ปอนด์เชียวค่ะ ความยุ่งยากไม่ได้อยู่ที่เอกสารค่ะ แต่อยู่ที่ การจัดเตรียมข้าวของที่จะไปร่วมงาน เขาให้เราจัดเตรียมเองทั้งหมดตั้งแต่เรื่องการตั้งเต้น  ตู้แช่แข็ง Microwave หม้อข้าว ถังดับไฟ ร่ายไม่หมดหรอกค่ะ ไหนจะต้องเตรียมคน เตรียมอาหารที่จะขาย แค่นี้ก็ต้องตื่นชักประมาณตี 4  ตี 5แล้ว

บรรยากาศในงานก็คล้ายกับงานวัดบ้านเราค่ะ แค่เขาจัดกันตอนกลางวัน งานจะเริ่มตั้งแต่ 5โมงเช้า จนถึง 6โมงเย็นค่ะ เขาจะตั้งขบวนแห่เปิดงานเดินรอบถนนสาย Cowley Rd มาจนจบที่ South Park จากนั้นก็ถือว่าเริ่มงานได้ค่ะ

ที่มาของงานนี้คือ เพื่อที่นักเรียนที่เพิ่งย้ายมาเรียนและคนโลโคลจะได้รู้จักร้านค้าที่อยู่ที่ถนนสายนี้ได้ดีขึ้นโดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วง Summer หลายๆครอบครัว เลยถือโอกาสเป็นวันครอบครัว พากันเอาลูกเด็กเล็กแดงมาหาอะไรกินและพักผ่อนหย่อนใจไปด้วยในตัวค่ะ ภายในงานจะมีร้านรวงให้เลือกจับจ่ายใช้สอย บรรยากาศในงานก็มีเวทีนักเสดงสมัครเล่น ร้องบ้างเต้นบ้าง ส่วนมากก็เป็นเด็กๆท้องถิ่น ที่มาจากหลายชนกลุ่ม คนอังกฤษเอย คนมุสลิมเอย คนปากีก็มีปีนี้พาน้องสาวแสนสวย ไปเดินเล่น ดีที่เขาไม่เก็บค่าเข้าประตู

อาหารส่วนมากที่มีมาขายก็เป็นของชนเผ่า African อาหารปิ้งย่างค่ะ มีอยู่ประมาณ 4-5ร้าน ปิ้งไก่กันสดสด ประเทศนี้ เขาไม่ค่อยกินหมูกันค่ะ เขาว่ามันมีกลิ่นแรง บวกกับที่นี่มีคนแขกมุสลิมอยู่แยะ เราก็ไปต่อแถวกับเขาด้วยสั่ง Brown Rice and bbq Chicken แล้วเราก็นึกว่าเป็นข้าวกล้อง แต่เปล่าเลย ข้าวเขาเอามาคลุกผสมกับถั่วแดงดีดีนี่เอง กล่องละ 5 ปอนด์ แพงอยู่ และไม่อิ่มท้องด้วย ไก่ย่างบ้านเราอร่อยรสชาติดีกว่าเยอะ เดินไปอีกหน่อยไปเจอเขาเข้าแถวชื้อกาแฟปั่น ก็ไปต่อด้วยแต่ก็ผิดหวังอีกเพราะ แทนที่จะได้แบบที่มีนำแข็งเยาะๆ เพราะ อากาศร้อน กลับได้กาแฟที่ไม่ค่อยเย็นมาชะอย่างนั้น  เฮอ ก็เอาหละงานวันบ้านเขาก็เป็นแบบนี้  ร้านอาหารที่นี่นับเจ้าได้ประมาณ ไม่ถึง10 เจ้าค่ะ ถึอว่าน้อยมากถ้าเทียบกับบ้านเรา นึกแล้วก็อิจฉาคนที่ได้มีโอกาส ไปเที่ยวงานวัดที่เมืองไทย ของกินหาง่ายดายและหลากหลาย ตั้งแต่ยำสารพัดยำ จนถึง แมลงทอดชนิดต่างๆ ลูกชิ้นปิ้ง ปลาหมึกปิ้ง ราดน้าจิ้มเผ็ดๆ ต่อด้วยขนมสาหริ่ม ทับทิมกรอบ อ้าวตื่นๆ เดินไปเดินมาน้องสาวอยากลองกินก๋วยเตี๋ยวผัดกล่องละ 5 ปอนด์อีกเหมือนกัน จืดชืดแถมสปริงโรที่สั่งเพิ่ม2ปอนด์ 3ตัวก็ตัวเท่านิ้วก้อย เรากับน้องสาวนั่งหัวเราะกันนำตาเล็ด อยากจะเอาร้านเรามาเปิดแข่งกับเขาให้รู้แล้วรู้รอด

 

Next Please

นักเรียนไทยหรือคนที่มาอยู่ใหม่ๆ จะโดนด่ากันเรื่องนี้เป็นประจำค่ะ เท่าที่เคยได้ยินเพื่อนๆ พี่ๆ เล่ากันมา ยังไม่มีคนไหนไม่เคยโดนซักที เรื่องก็มีอยู่ว่า  พี่เขาไปชอปปิ้งที่Tesco เห็นอะไรก้อยากซื้อไปหมด หอบตะกร้า สองตะกร้าเลย ตอนต่อแถวนี่ซิ พี่กลับบ้านมาบอกว่า เกิบได้ตบกับอีแก่ในเทสโกแล้ววันนี้ แกบอกว่า มียายแก่คนท้องถิ่นนั้นแหล แกยืนต่อแถว ยายคนนี้อยู่ พอดีแถวมันเริ่มยาว พนักงานที่ทำcheckout ก็มาเปิด till แล้วพนังงานก็ขานว่า ‘Next Please’ พี่แกบอกว่าก็พี่แกเห็นก่อนก็เลยรีบวิ่งไปเพื่อที่จะได้รับบริการก่อน อ้าวก็ใครเร็วกว่าก็ได้ไปซิ ยายแกมาถึง แกก็ว่าพี่แกเป็นชุดเลยว่า ‘ขอโทษนะ(Excuse me!) ยูแซงคิวคนอื่นได้ยังไง ฉันมาก่อนด้วยซ้ำ ไม่มีมารยาทเลย’ นี่ยังดีนะคะที่เขาว่าแค่คนๆเดียว ไม่ว่าไปถึงสัญชาติเผ่าพันดั้งเดิม ไม่งั้นละก็คงจะได้มี่เรื่องถึงโรงพักแน่ๆ     ไม่ได้นะคะไม่ว่าเขาจะเปิดกี่แถวและ ไม่ว่าเราจะเท้าเร็วแค่ไหนก็ตาม เราควรให้เกียจคนที่เขาอยู่ข้างหน้าเราเสมอค่ะ

เรื่องการเข้าแถวต่อรอชื้อของไม่ไช่เฉพาะในซุปเปอร์ค่ะ ที่ไหนที่มีการต่อแถวไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ควรจะเคารพคนที่อยู่ข้างหน้าเราเพราะเขามาก่อนเรา ไม่ว่าจะต่อแถวซื้อตั๋ว ต่อแถวขึ้นรถประจำทาง ต่อแถวเข้าห้องน้ำ ต่อแถวให้ใช้ตู้ATM เขาปฎิบัติค่อนข้างเคร่งครัดค่ะ